Wednesday, November 16, 2011

งานชิ้นที่ 3

การแก้ไขปัญหาของ เครื่องปรับอากาศ


แอร์ไม่เย็นเลย ที่เกิดจาก ชุด Condansing (ชุดคอยล์ร้อนด้านนอกห้อง) ไม่ทำงานเลย

การแก้ไข
1. ปิดแอร์ และ เบรกเกอร์แอร์ ก่อน
2. เปิดฝาครอบออกตามรูปด้านบน
3. ให้สังเกต แม็กเนตริก ว่ามี "มด" เข้าอาศัยอยู่หรือเปล่า ตามรูป













4. ตัวแม็กเนตริกจะมีน็อตขันไว้ให้ขันน็อตออกตามรูป แอร์แต่ละยี่ห้ออาจใช้แม็กเนตริกต่างยี่ห้อกันไป ในการพิจารณานี้ ใช้หลักการเดียวกัน ตามรูปจะเห็นมีมดอยู่มากนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้แม็กเนตริกทำงานไม่สมบรูณ์ ทำให้ชุด C0ndansing ไม่สามารถทำงานได้














5. เมื่อเราทำการเป่า " มด " ออกจากแม็กเนตริกหมดแล้ว เราสามารถฉีดยาป้องกันมดไว้ด้วยก็ได้













6. เมื่อเสร็จแล้วก็ลองเปิดแอร์ลองไดเลย แล้วคอยล์สังเกตุว่าแม็กเนตริกทำงานหรือไม่ ในการทำงานของชุด Condansing นี้เมื่อเิปิดแอร์แล้ว ต้องรอประมาณ 3-5 นาที ชุด Condansing จึงจะทำงาน

7. เมื่อลองแล้วทุกอย่างทำงานปกติก็สามารถประกอบได้ โดยต้องทำ ปิดแอร์ และ เบรกเกอร์แอร์ ก่อนที่จะทำการประกอบ เพื่อความปลอยภัย

8. เมื่อประกอบเสร็จก็สามารถใช้งานได้ปกติ


การตรวจสอบปัญหาเบื้องต้นในแอร์รถยนต์ 


 ระบบน้ำยาแอร์ (น้ำยาแอร์ขาด)-แอร์ไม่มีความเย็น หรือ เย็นน้อย

การตรวจเช็คทำได้โดย
  1. เปิดฝากระโปรงรถขึ้น
  2. สตาร์ทเครื่องยนต์
  3. เปิดแอร์
  4. มองหาตัวดรายเออร์ที่อยู่ใกล้ๆกับแฝงร้อนหน้ารถ
  5. สังเกตุด้านบนของตัวดรายเออร์จะมีจุดให้ตรวจสอบน้ำยาได้และจะมองเห็นเป็นฟองอากาศวิ่ง
  6. ถ้าฟองอากาศที่มองเห็น วิ่งบ้างเล็กน้อย แสดงว่า น้ำยาแอร์ในระบบมีเต็มครบ
  7. ถ้าฟองอากาศไม่มี มีแต่น้ำยาวิ่ง แสดงว่า ระบบระบายความร้อนไม่ได้ หรือ ระบาย ความร้อนไม่ดีพอ ให้ตรวจสอบแผงร้อนหน้ารถ ว่ามีฝุ่นเกาะมากหรือไม่ และให้ใช้น้ำล้างฝุ่นที่อยู่กับแผงออก
  8. ถ้าฟองอากาศที่มองเห็นเยอะ แสดงว่า น้ำยาแอร์ในระบบเหลือน้อย ต้องเข้าร้านเติมน้ำยา
  9. ถ้ามองไม่เห็นฟองอากาศเลย แสดงว่า น้ำยาแอร์หมด ต้องเข้าร้านเพื่อตรวจหาจุดรั่วแล้วเปลี่ยนออก และแว็คคัมเติมน้ำยาใหม่ง
หมายเหตุ :ในการตรวจสอบน้ำยาแอร์โดยวิธีที่กล่าวมาแล้วจำเป็นจะต้องใช้น้ำ ฉีดหรือรดตรง แผงคอนเดนเซอร์ด้วย เพราะตามสภาพจริง 
ระบบจะระบาย ความร้อน ได้ดีตอนที่รถวิ่งดั้งนั้นเราจึง ต้องระบายความร้อนโดยการรดน้ำแทน



การลดสัญญาณรบกวนในไมโครคอนโทรลเลอร์
การแก้ปัญหาความไม่เสถียรของไมโครคอนโทรลเลอร์ตระกูล MCS-51ท้จริงแล้วสัญญาณรบกวนจากแหล่งจ่ายไฟมีผลต่อ ต่อเสถียรภาพต่อการทำงานของไมโครคอนโทรลเลอร์เป็นอย่างมาก ถ้าเราสามารถจัดการกับสัญญาณรบกวน ก็หมายถึงระบบจะมีเสถียรภาพมากขึ้น เราสามารถจัดการกับสัญญาณรบกวนได้ดังนี้
1. ใช้แหล่งจ่ายไฟที่มีประสิทธิภาพ จ่ายกระแสให้กับโหลดได้พอ และไม่เกิดความร้อนมาก
2 ติดตั้งตัวเก็บประจุบายพาส ตัวเก็บประจุบาสพาสช่วยในการลดอิมพิแดนซ์ของสาย และยังช่วยลดสัญญาณรบกานจากภายในและภายนอกเข้ามารบกวน โดยเฉพาะวงจรลอจิกที่ทำงานด้วยความถี่สูงๆ การต่อตัวเก็บประจุบาสพาสสามารถทำได้ดังนี้
- ต่อตัวเก็บประจุบาสพาสที่แหล่งจ่ายไฟ โดยทั่วไปแล้วจะใช้ตัวเก็บประจุชนิดแทนทาลัมขนาดความจุจะอยู่ทีไมโครฟารัดจนถึงหลาย10ไมโครฟารัด
- ต่อตัวเก็บประจุบาสพาสระหว่างไอซีมักใช้ตัวเก็บประจุแบบเซรามิกขนาด 0.01uF - 0.1uF
- ต่อตัวเก็บประจุบาสพาสที่ขาจ่ายไฟของไอซี โดยพยายามติดตั้งให้ใกล้กับขาไอซีมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และต้องตัดขาตัวเก็บประจุให้สั้นที่สุด เมื่อมีสัญญาณความที่สูงที่เกิดจากการทำงานของไอซีตัวเก็บประจุจะช่วยลดลูปความถี่สูงให้ไหลผ่านตัวเก็บประจุแทน แต่มีข้อแม้ว่าต้องเลือกความจุให้สอดคล้องกับช่วงความถี่ของสัญญาณรบกวนด้วย ไม่งั้นค่า Lกับ C ในวงจรจะก่อให้เกิดเรโซแนนต์ นอกจากช่วยลดสัญญาณความถี่สูงแล้ว ยังสามารถลดสัญญาณรบกวนความถี่ต่ำได้อีกด้วย


-การต่อ C Decoupling ที่ผิด เนื่องจากการวาง C ที่ไกลจาก MCU มากทำให้เกิด High Current Loop ไปยัง Power Plane และ Ground Plane ส่งผลไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ที่อยู่บนแผงวงจร


-การต่อ C Decoupling ที่ถูกต้อง สังเกตุดูว่า High Current Loop ไม่ส่งผลไปยัง Power Plane และ Ground Plane
-การต่อวงจร decoupling ที่ดีขึ้น โดยการเพิ่ม L มาอนุกรมระหว่าง VCC และ Power Plane เพื่อลด switching noise การต่อแบบนี้ต้องมั่นใจว่าค่าของ L น้อยพอ ที่จะไม่ทำให้เกิด ไฟ(DC) คร่อม L
Package ของ MCU ชนิด DIP จะมีขา VCC และ GND อยู่ที่มุมของ IC ซึ่งจะทำให้เกิด Loop ที่กว้างขึ้น เราสามารถเลือก Package แบบ TQFP ซึ่งจะมีขา VCC และ GND อยู่ใกล้กัน ทำให้ Loop เป็นวงแคบ
3. การออกแบบแผ่นวงจร มีอยู่หลายคนที่ใช้สาย wire แทนการกัดแผ่น pcb สายสัญญาณเหล่านั้นก่อให้เกิดสัญญาณรบกวนได้บางทีบัดกรีไม่แน่ หรือใช้สายที่มีพื้นที่หน้าตัดน้อยไป หรือการออกแบบลายวงจร ให้มีลักษณะเป็นเส้นตรงขนานกัน จะทำให้เกิดค่าความจุแฝง ซึ่งล้วนก่อให้เกิดสัญญาณรบกวนได้ทั้งสิ้น
4. แยกโซน Analog กับ Digital และ GND Analog กับ GND Digital ออกจากกัน เพื่อที่ไม่ให้สัญญาณ Analog และสัญญาณ Digital มารบกวนกัน ให้ใช้ส่งสัญญาณผ่านทาง Opto coupler แทนเช่นเบอร์ PC817


5.Oscillator เป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะ MCU ทำงานสัมพันธ์กับ Clock ถ้า Clock มีสัญญาณเพี้ยนย่อมมีผลต่อการทำงาน โดย MCU ที่ทำงานด้วย Clock ที่สูงจะเกิดสัญญาณรบกวนได้ง่ายกว่า MCU ที่ทำงานด้วย Clock ความถี่ต่ำ


ดังนั้นขารับสัญญาณ Clock (XTAL1, XTAL2) จึงไวต่อ ESD(electrostatic discharge) มากกว่าขา I/O ทั่วไป 
-เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาสามารถทำได้ดังนี้ 
1. ให้ Loop ของ Oscillator เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ ให้วาง crystal/resonator ให้ใกล้กับขาของ MCU มากที่สุด ให้ต่อ C decoupling จากขาของ crystal ลง GND plane และ GND plane จะต้องต่อเข้ากับ ขา GND ของ MCU
2.ในกรณีที่รับสัญญาณ Clock มาจากภายนอก ให้ระวังในกรณีที่สายสัญญาณยาวเกินไป เพราะสายที่ยาวเกินไปจะทำตัวเป็นเสาอากาศรับสัญญาณรบกวนเข้ามา (antenna for transients)

No comments:

Post a Comment